สารจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ตลอดระยะเวลาในการบริหารงานมากกว่า 15 ปี บริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อมุ่งเน้นสู่ความเป็นเลิศด้วยการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ และในปีนี้เป็นปีที่คณะผู้บริหารและพนักงานของเราได้ร่วมมือกันดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายตามแผนงานที่วางไว้เพื่อให้บริษัทเติบโตอย่างมั่นคง โดยปี 2561 เรามีปริมาณรถยนต์ส่งออกและนำเข้าผ่านท่าเรือ A5 ทั้งสิ้น 973,854 คัน บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ร้อยละ 44.36 อัตรากำไรสุทธิร้อยละ 27.57 อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) ร้อยละ 10.74 ในช่วงระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาเรายังใช้มาตรการการบริหารต้นทุนและลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นเพื่อรักษาสัดส่วนอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิให้อยู่ในระดับที่คาดหมายไว้

ในปี 2561 เราได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015, ISO 14001:2015 และ ISO 45001:2018 จาก Lloyd's Register Quality Assurance (LRQA) และรางวัลหุ้นยั่งยืน หรือ THSI awards 3 ปีซ้อน รวมถึงเป็น 1 ใน 45 บริษัทที่ได้รับคัดเลือกให้อยู่ใน THSI Index ซึ่งมีดัชนีนี้เป็นครั้งแรกของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

เราให้การอบรมหลักสูตร Finance for Non-Finance เพื่อพนักงานทุกคนจะมีความรู้พื้นฐานด้านการเงิน ผลปรากฎว่ามีพนักงานสนใจอบรมมากกว่าร้อยละ 80 และผลสำรวจหลังการอบรมพบว่าพนักงานเข้าใจและตระหนักว่าทุกบริบทของการทำงานของตนต่างมีส่วนช่วยในด้านบวกหรือสร้างผลกระทบด้านลบต่องบการเงินของบริษัทได้ทั้งสิ้น ซึ่งจากเดิมคิดว่าเป็นเพียงหน้าที่ของฝ่ายบัญชีและการเงินเท่านั้น และเมื่อพนักงานเข้าใจและตระหนักว่าการเงินเป็นส่วนสำคัญของชีวิตและมีผลต่อการออมหลังเกษียณแล้ว บริษัทได้เปิดโอกาสให้พนักงานได้เลือกแผนการลงทุนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามวัย เพศ อายุ และความเสี่ยงที่ตนรับได้ (Flexibility plan) ซึ่งการดำเนินการทั้งสองเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานด้านความยั่งยืนองค์กรปี 2561 สอดคล้องกับ CG Code ข้อ 4.4.2 ที่คณะกรรมการบริษัทได้เห็นชอบไว้

ในปีนี้เราถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปสู่การบริหารงานแบบยุคใหม่มากขึ้น โดยเราเห็นว่าธุรกิจจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้ ต้องเกิดจากการขับเคลื่อนของคนทั้งองค์กร ทุกคนต้องเห็นเป้าหมายเดียวกัน มีการวางแผนงานในทิศทางสอดคล้องกัน เพื่อผลลัพธ์ขององค์กรเดียวกันมากกว่าการทำงานแบบต่างคนต่างทำเพื่อบรรลุเป้าหมาย KPI ของตนเท่านั้น โดยมีการจัดงาน CEO พบพนักงาน (Town Hall Meeting) เพื่อให้พนักงานได้มีส่วนในการซักถามและรับรู้ทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท และปีนี้เราได้มีค่านิยมองค์กร (Corporate Core Value) ในการขับเคลื่อนแนวคิด การตัดสินใจและสร้างพฤติกรรมของพนักงานไปในทิศทางเดียวกันจนเกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กรต่อไป

สำหรับแผนงานปี 2561 – 2563 ฝ่ายจัดการยังคงเน้นการสร้างจิตสำนึกในการทำงานเชิงรุกของพนักงานโดยคำนึงถึงลักษณะพฤติกรรมการทำงานของกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen-Y) ตามผลการสำรวจความพึงพอใจของพนักงาน (Employee Engagement Survey) และเน้นการปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงานผ่านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมากยิ่งขึ้นเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงที่สำคัญคือการพัฒนาขีดความสามารถบุคคลากรและเทคโนโลยีไม่ทันต่อการดำเนินธุรกิจที่มีความท้าทายมากขึ้นในอนาคต โดยเราได้เริ่มให้พนักงานกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการคิด ปรับปรุงกระบวนการทำงานผ่านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อตอบสนองความรวดเร็ว ถูกต้อง ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สูงขึ้นโดยให้มีการจัดตั้งทีมงานเพื่อเสนอโครงการต่อฝ่ายจัดการ ซึ่งนอกจากจะได้การพัฒนาทีมงานรุ่นใหม่แล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ฝ่ายจัดการได้ค้นหาผู้สืบทอดตำแหน่งงาน (Successor) ได้อีกด้วย

ผมเชื่อมั่นว่าแผนการลงทุนในระยะ 3-5 ปีเพื่อขยายธุรกิจต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง คำนึงถึงความเป็นไปได้ของโครงการซึ่งจักต้องสามารถสร้างความมั่นคงด้านกระแสเงินสดของบริษัทได้ในระยะยาว เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

ตลอดเส้นทางของการเติบโตเรามุ่งมั่นที่จะก้าวไปพร้อมกับความรับผิดชอบในทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจเพื่อให้เกิดความยั่งยืนจากภายในสู่ภายนอกผ่านการสร้างคุณค่าทั้ง 3 มิติคือเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บริษัทจึงจะสามารถดำเนินธุรกิจไปพร้อมกับการเติบโตของสังคมอย่างยั่งยืน สุดท้ายนี้ผมในนามของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ขอขอบคุณผู้บริหารและพนักงานบริษัทตลอดจนลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจและผู้ถือหุ้นทุกท่านที่ได้กรุณาให้ความเชื่อถือและไว้วางใจในการบริหารงานตลอดมา



ดร.เทพรักษ์ เหลืองสุวรรณ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

“ในปีนี้เราถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปสู่การบริหารงานแบบยุคใหม่มากขึ้น โดยเราเห็นว่าธุรกิจจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้ ต้องเกิดจากการขับเคลื่อนของคนทั้งองค์กร ทุกคนต้องเห็นเป้าหมายเดียวกัน มีการวางแผนงานในทิศทางสอดคล้องกัน เพื่อผลลัพธ์ขององค์กรเดียวกันมากกว่าการทำงานแบบต่างคนต่างทำเพื่อบรรลุเป้าหมาย KPI ของตนเท่านั้น โดยมีการจัดงาน CEO พบพนักงาน (Town Hall Meeting)”