สารจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
เนื่องจากเศรษฐกิจไทยในปี 2568 มีปัจจัยลบหลายด้าน ตั้งแต่การชะลอตัวอย่างต่อเนื่องของภาคส่งออกอันเป็นผลมาจาก ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทั่วโลก มาตรการทางภาษีของสหรัฐอเมริกา ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ปีนี้จึงเป็นปีที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการวางแผนงานอย่างรัดกุมโดยการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างเคร่งครัดเพื่อประคองสถานการณ์และผลการดำเนินงานให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตินี้ให้ได้ ผมในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”) ไม่ได้นิ่งนอนใจและพยายามอย่างเต็มความสามารถเพื่อให้บริษัทคงรักษาสัดส่วนอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิให้อยู่ในระดับที่คาดหมายไว้ด้วย 2 กลยุทธ์ที่สำคัญ คือการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับคู่ค้าอย่างใกล้ชิดโดยการรักษามาตรฐานการให้บริการที่ดีแก่ลูกค้า และการหาโอกาสใหม่ ๆ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนโดยศึกษและเข้าสู่ธุรกิจใหม่ที่มีโอกาสความเป็นไปได้เพื่อรองรับมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจของไทยและเศรษฐกิจในประเทศคู่ค้า
เพื่อให้เกิดการบริหารงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้สถานการณ์ข้างต้น ผมในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารได้ติดตามผลการดำเนินงานโดยมอบหมายให้กรรมการบริหาร ประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ความต้องการของลูกค้า บริหารงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมายและแผนงานของบริษัท ตลอดจนได้ให้ข้อเสนอแนะกับผู้จัดการฝ่ายต่าง ๆ ในการประชุมเสนอแผนงานประจำปีของบริษัท เพื่อปรับกระบวนการทำงานให้รวดเร็ว ทันสมัย ลดต้นทุนรองรับกลยุทธ์และแผนธุรกิจของบริษัทได้ทันท่วงที
แผนลงทุนสู่ความหลากหลายและยั่งยืน
บริษัทยังนโยบายลงทุนอย่างรอบคอบ มุ่งเน้นธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงในระยะยาว เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยในปี 2568 มีการดำเนินงานที่สำคัญดังนี้
- ปริมาณรถยนต์ส่งออกและนำเข้าผ่านท่าเรือ A5 ทั้งสิ้นจำนวน 932,449 คัน บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นร้อยละ 42 อัตรากำไรสุทธิร้อยละ 27 อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) ร้อยละ 17
- พื้นที่จัดเก็บสินค้าและคลังสินค้าของบริษัทจำนวน 391,859 ตารางเมตร มีอัตราการใช้บริการแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ส่งส่วนการเติบโตของรายได้จากการบริการและให้เช่าคลังสินค้า เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 16 สอดคล้องกับแผนงานและการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้การให้บริการท่าเทียบเรือและบริการที่เกี่ยวข้องอย่างเดียว
การบริหารภาวะวิกฤติและการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP)
บริษัทได้แก้ไขแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจเพื่อให้ครอบคลุมเหตุการณ์เสี่ยงภัยทั้งหมดที่จะบูรณาการประเมินความเสี่ยงที่อาจทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก เช่น ภัยธรรมชาติ อัคคีภัย โรคระบาด ความปลอดภัย(มั่นคง)ของข้อมูล เป็นต้น ในปี 2568 คณะกรรมการบริหารได้มีการทบทวน ปรับปรุงกระบวนการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยวิเคราะห์ความเสี่ยงจากปัจจัยภายในองค์กร กลุ่มรายได้หลักและสายงานสนับสนุนเพื่อให้ทราบถึงจุดแข็งและจุดอ่อนขององค์กร รวมถึงความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่มาจากการวิเคราะห์โอกาสและอุปสรรคโดยอ้างอิงเกณฑ์การวัดผลปัจจัยต่าง ๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อองค์กรทั้งในเชิงบวกและลบ และเพิ่มการวิเคราะห์แนวโน้ม การเกิดเหตุอัศจรรย์ระดับสากล โดยระบุปัจจัย ความเสี่ยงหลักและปัจจัยที่เป็นโอกาสที่ส่งผลกระทบต่อองค์กรในระยะสั้นและระยะยาวครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีเพื่อนำเข้ากระบวนการจัดทำแผนกลยุทธ์ และแผนบริหารธุรกิจให้มีความต่อเนื่อง
ความคืบหน้าด้านความยั่งยืน
ในปี 2567-2568 บริษัทได้รับการจัดอันดับ SET ESG Ratings ระดับ “AA” แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการจัดการด้านความยั่งยืนองค์กรให้สู่ระดับสากลมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ฝ่ายจัดการยังคงเน้นการสร้างจิตสำนึกในการทำงานเชิงรุกของพนักงาน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท โดยคำนึงถึงลักษณะพฤติกรรมการทำงานของกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen-Y) ตามผลการสำรวจความผูกพันใจของพนักงาน (Employee Engagement Survey) เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงที่สำคัญคือการพัฒนาขีดความสามารถบุคลากรและเทคโนโลยีให้ก้าวต่อการดำเนินธุรกิจที่มีความท้าทายมากขึ้นในอนาคต โดยเริ่มให้พนักงานกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการคิดปรับปรุงกระบวนการทำงาน ซึ่งนอกจากจะได้ทำเป็นการพัฒนาทีมงานรุ่นใหม่แล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ฝ่ายจัดการได้ค้นหาผู้สืบทอดตำแหน่งงาน (Successor) อีกด้วย
ตลอดเส้นทางของการเติบโตเรามุ่งมั่นที่จะก้าวไปพร้อมกับความรับผิดชอบให้ทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจเพื่อให้เกิดความยั่งยืนจากภายในสู่ภายนอกผ่านการสร้างคุณค่า ทั้ง 3 มิติ คือเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บริษัทจึงจะสามารถดำเนินธุรกิจไปพร้อมกับการเติบโตของสังคมอย่างยั่งยืน สุดท้ายนี้ผมในนามของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ขอขอบคุณผู้บริหารและพนักงานบริษัทตลอดจนลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจและผู้ถือหุ้นทุกท่านที่ได้กรุณาให้ความเชื่อถือและไว้วางใจในการบริหารงานตลอดมา
ดร.เทพรักษ์ เหลืองสุวรรณ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

“ปีนี้เป็นปีที่สำคัญในการวางแผนงานอย่างรัดกุมโดยการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างเคร่งครัดเพื่อประคองสถานการณ์และผลการดำเนินงานให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตินี้ให้ได้”
