สารจากประธานกรรมการ

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (“COVID-19”) ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง โดยผลของมาตรการปิดเมือง (Lockdown) ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายภาคส่วนต้องหยุดดำเนินการชั่วคราวจากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศทั้งการท่องเที่ยวและการส่งออกสินค้า ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน โดยเศรษฐกิจไทยปี 2563 มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจร้อยละ -6.6 อย่างไรก็ดี ในไตรมาสที่ 3 การส่งออกสินค้าที่ทยอยปรับดีขึ้นคาดว่าในปีหน้าเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวจากการออกมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจในหลายประเทศทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงความคาดหวังการใช้วัคซีนป้องกัน COVID-19 ที่มีประสิทธิผล

คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารของบริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ยังคงวางกลยุทธ์ทางธุรกิจให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจโลกในปีถัดไปซึ่งอาจมีการปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย อันจะทำให้สามารถรองรับสถานการณ์และความไม่แน่นอนต่างๆ และส่งผลให้ธุรกิจเติบโตต่อเนื่องและยั่งยืนรวมทั้งรักษาสถานะทางการเงินที่มั่นคง นอกจากนี้บริษัทได้เล็งเห็นความสำคัญในการวางยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนองค์กร นับแต่ปี 2560 เป็นปีแห่งการเริ่มต้นในการวางแผนงานโดยได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อการบริหารความยั่งยืนองค์กรสอดคล้องกับหลัก CG Code ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมุ่งหวังให้บริษัทจดทะเบียนไทยได้เร่งพิจารณาการกำหนดยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนองค์กร คณะกรรมการได้เห็นชอบแผนงานด้านความยั่งยืนองค์กรปี 2563-2564 เพื่อให้สอดคล้องกับหลักปฏิบัติตาม CG Code และตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ในฐานะผู้นำ (governing body) ในการสร้างคุณค่าให้แก่กิจการอย่างยั่งยืนทั้ง 3 มิติ และจักได้ทบทวนการนำหลัก CG Code มาปรับใช้ตามระดับที่เหมาะสมกับธุรกิจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัตินโยบายด้านภาษีเพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามกฎหมาย การใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมายรวมถึงใช้โครงสร้างภาษีในแนวทางที่ถูกต้องซึ่งไม่ก่อให้เกิดการหลีกเลี่ยงภาษี และนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทจะปฎิบัติตามพรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ซึ่งจะบังคับใช้ในปี 2564 ได้ครบถ้วน

สำหรับบทบาทความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมนั้น แม้ว่าธุรกิจของบริษัทจะไม่ได้ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Emissions) และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) โดยตรงก็ตาม อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายที่ทั่วโลกได้ร่วมกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก บริษัทเห็นว่าการลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าลงได้จะเป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมผ่านการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 25 องศาเซลเซียส การติดตั้ง Timer ควบคุมการเปิดปิดเครื่องปรับอากาศ การติดตั้ง Solar Cell บริเวณที่จอดรถพนักงาน การเปลี่ยนหลอดไฟของท่าเรือ A5 เป็น LED ทั้งหมด 100% โดยปริมาณการใช้ไฟฟ้าในปี 2563 ลดลงจากปี 2562 เป็นจำนวน 163,464 หน่วย (kWh) หรือคิดเป็น 18.3% สอดคล้องกับตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่วางไว้ ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 95.15 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ (tCO2e) สำหรับมิติความยั่งยืนด้านสังคม บริษัทเน้นการให้ความสำคัญกับสังคมภายในคือพนักงานของบริษัทซึ่งในช่วงการระบาดของ COVID-19 บริษัทได้ให้มีมาตรการดูแลพนักงานในด้านสุขอนามัยตามมาตรการด้านสาธารณสุขของรัฐ

จากการมุ่งมั่นและให้ความสำคัญในการพัฒนาแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีมาโดยตลอด จึงเป็นผลให้บริษัทได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่มบริษัท 5 ดาว หรือเทียบเท่ากับ “ดีเลิศ” จากการประเมินตามโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย ซึ่งประเมินโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) และรางวัลหุ้นยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 5 ปี ซ้อน และได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลกิตติกรรมประกาศ จากสถาบันไทยพัฒน์ ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีแรกอีกด้วย

ผมเชื่อว่าเราจะสามารถก้าวผ่านปีนี้ซึ่งนับเป็นปีที่เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจทั่วโลกไปได้ด้วยการร่วมมือร่วมใจ ความมุ่งมั่นและความเป็นมืออาชีพของผู้บริหารและพนักงาน สุดท้ายนี้ผมในนามของคณะกรรมการบริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) ขอขอบคุณพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายที่ให้ความเชื่อถือและให้การสนับสนุนด้วยดีเสมอมาและขอให้ท่านผู้ถือหุ้นมั่นใจได้ว่าเราจะมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่และดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสตามหลักกำกับกิจการที่ดีเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของบริษัทและเพื่อผลตอบแทนที่ยั่งยืนของผู้ถือหุ้นทุกท่านตลอดไป



ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ
ประธานกรรมการ

“คณะกรรมการได้เห็นชอบแผนงานด้านความยั่งยืนองค์กรปี 2563-2564 เพื่อให้สอดคล้องกับหลักปฏิบัติตาม CG Code และตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ในฐานะผู้นำ (governing body) ในการสร้างคุณค่าให้แก่กิจการอย่างยั่งยืนทั้ง 3 มิติ และจักได้ทบทวนการนำหลัก CG Code มาปรับใช้ตามระดับที่เหมาะสมกับธุรกิจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง”