สารจากประธานกรรมการ

เศรษฐกิจไทยในปี 2568 เติบโตร้อยละ 2.2 ซึ่งต่ำกว่าจากที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.4 สืบเนื่องจากหลายปัจจัย ทั้งการส่งออกที่ลดลง อันเป็นผลมาจากทั้งมาตรการทางภาษีของสหรัฐอเมริกา ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก จากการท่องเที่ยวที่ลดลงเป็นผลจากนโยบายของจีน โดยเฉพาะตลาดท่องเที่ยวภาคใต้ในภาคใต้ในช่วงปลายปี 2568 สร้างข้อผิดความไม่แน่นอนทางด้านการเมืองทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค ส่งผลให้การคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจในปี 2569 การขยายตัวของเศรษฐกิจจะยังคงชะลอตัวจากความไม่แน่นอนทั้งทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจยังคงให้การบริโภคของภาคเอกชนจะยังชะลอตัวลงตามแนวโน้มรายได้ที่น่าจะลดลง

ในปีนี้บริษัทยังคงให้ความสำคัญต่อกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่นและพร้อมปรับตัว (Resilience) ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในทุกด้านอย่างรวดเร็ว คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารของบริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”) ยังคงวางกลยุทธ์การดำเนินสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน โดยปรับตัวสอดคล้องเป็นผลจากภัยสงครามและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ซึ่งมีผลต่อห่วงโซ่อุปทานของบริษัท อันจะทำให้สามารถรองรับสถานการณ์และความไม่แน่นอนต่าง ๆ เพื่อให้ธุรกิจสามารถรักษาสถานะทางการเงินที่มั่นคง อีกทั้งยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

นอกจากนี้บริษัทยังได้เล็งเห็นความสำคัญในการวางยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนองค์กร นับแต่ปี 2560 บริษัทได้จัดตั้งคงแผนงานโดยได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อการบริหารความยั่งยืนองค์กรสอดคล้องกับหลัก CG Code ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมุ่งหวังให้บริษัทจดทะเบียนไทยได้เริ่มพิจารณาการกำหนดยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนองค์กร

คณะกรรมการบริษัทเห็นชอบแผนงานด้านความยั่งยืนองค์กรปี 2568-2569 เพื่อให้สอดคล้องกับหลักปฏิบัติตาม CG Code และตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ในฐานะผู้นำ (governing body) ในการสร้างคุณค่าให้แก่กิจการอย่างยั่งยืนทั้ง 3 มิติ และนำได้ทบทวนการนำหลัก CG Code มาปรับใช้ตามระดับที่เหมาะสมกับธุรกิจอย่างต่อเนื่อง 1 ครั้ง และในปี 2568 บริษัทยังได้รับการจัดอันดับ SET ESG Ratings ระดับ “AA” ต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 2 สำหรับมิติความยั่งยืนด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีนั้น คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญในการพัฒนาแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีมาโดยตลอด และเป็นเรื่องที่ฝ่ายได้ยึดมั่นได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่มบริษัท 5 ดาว หรือเทียบเท่า “ดีเลิศ” จากการประเมินตามโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย ซึ่งประเมินโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) 10 ปีซ้อน รวมถึงได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลกิจกรรมประกาศสถานที่ไทยเพิ่มเป็นปีที่ 6 ติดต่อกันอีกด้วย

แม้ว่าธุรกิจของบริษัทจะไม่ได้ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Emissions) และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) โดยตรงก็ตาม อย่างไรก็ดี บริษัทตระหนักว่าความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นพันธกิจที่สำคัญ คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญและตระหนักเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยได้กำกับดูแลฝ่ายจัดการให้วางแผนงานและยกระดับความเสี่ยงเรื่องนี้เป็นความเสี่ยงด้านกฎระเบียบของบริษัท กำหนดแนวทางการจัดการและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรและการใช้พลังงานหมุนเวียนจากการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับบริษัท เพื่อให้รองรับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ตามพันธะข้อตกลงในการประชุม COP26 ณ กรุงกลาสโกว์ ในการร่วมแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามเป้าหมาย Net Zero Emission ในปี พ.ศ. 2608 (ค.ศ.2065) และความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) ซึ่งเป็นเป้าหมายร่วมกันที่จะจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้ต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียส ซึ่งในเดือนมกราคมปี 2568 บริษัทได้รับการขึ้นทะเบียนเครือข่ายการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) แล้ว

คณะกรรมการบริษัท เห็นว่าการนำกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนมาปรับใช้กับการดำเนินธุรกิจของบริษัทจะช่วยให้ธุรกิจสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืนในระยะยาวได้อย่างแท้จริง เช่น การใช้พลังงานหมุนเวียนจากแสงอาทิตย์จากการติดตั้ง Solar roof ในการก่อสร้างอาคารคลังสินค้าและลานสินค้า รวมถึงนโยบายห้องพักองค์กรที่จะสามารถช่วยลดใช้ไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนในต้นทุนที่ต่ำลงในอนาคต การพัฒนาระบบบัญชีและการดำเนินการลดการใช้กระดาษเป็นระบบดิจิทัลทดแทน เช่น E-Invoice/Tax และ E-Receipt ตลอดจนศึกษาระบบ Virtual Machine Server ให้สามารถปฏิบัติงานบนระบบ Cloud Computing เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจากอุปกรณ์ Server และการระบบทำความเย็นที่ ต้องหล่อเลี้ยงอุปกรณ์ภายในห้อง Server

สำหรับมิติความยั่งยืนด้านสังคม บริษัทให้ความสำคัญเรื่องสิทธิมนุษยชนตาม UN Guiding Principles ซึ่งเล็งพิจารณาจากลักษณะการประกอบธุรกิจของบริษัทพบว่าความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนมีความรุนแรงน้อยกว่าเมื่อเทียบกับหมวดธุรกิจอื่น อีกทั้งยังไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแรงงานข้ามชาติ โดยบริษัทจัดเตรียมช่องทางการแจ้งเบาะแสเพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถเข้าถึงระบบการแจ้งเบาะแสผู้ฝ่าฝืนนโยบายด้านจริยธรรมหรือรายงานการกระทำที่อาจละเมิดสิทธิมนุษยชนได้โดยสะดวก บริษัทมุ่งมั่นให้ความสำคัญกับพนักงานทุกคนซึ่งเปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ เราตระหนักดีว่าพนักงานเป็นผู้มีส่วนได้เสียหลักในห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ ดังนั้น เพื่อเป็นแรงจูงใจและสร้างขวัญกำลังใจในการทำงาน บริษัทจึงมีนโยบายการบริหารสวัสดิการ ค่าตอบแทน ค่าล่วงเวลา และค่าทำงานในวันหยุดให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดภายใต้หลักความเสมอภาค

สำหรับการดูแลคนพิการนั้น แม้ว่าจำนวนพนักงานของบริษัทจะไม่เกิน 100 คน ตามเงื่อนไขการจ้างผู้พิการอัตรา 100:1 คน หรือต้องส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการตามพ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 แต่บริษัทยังได้มีการลงทุนกับกิจกรรม Facebook ชื่อ “ชาวนา แฟนไฟ” ซึ่งเป็นผู้พิการประเภท 2 จำนวน ในการถ่ายภาพกิจกรรมภายในบริษัท ถ่ายวีดีโอและตกแต่งภาพของบริษัทนับแต่ปี 2560 เป็นต้นมา

ผมเชื่อว่าเราจะสามารถก้าวผ่านปีที่กำลังจะมาถึงนี้ซึ่งเป็นปีที่เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจทั่วโลกไปได้ด้วยการร่วมมือร่วมใจ ความมุ่งมั่นและความเป็นมืออาชีพของผู้บริหารและพนักงาน สุดท้ายนี้ผมในนามของคณะกรรมการบริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ขอขอบคุณพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายให้ความเชื่อถือและให้การสนับสนุนด้วยดีเสมอมา และขอให้ท่านผู้ถือหุ้นมั่นใจได้ว่าเราจะมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่และดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสตามหลักกำกับกิจการที่ดีเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของบริษัทและเพื่อตอบแทนที่ยั่งยืนของผู้ถือหุ้นทุกท่านตลอดไป



ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. วิษณุ เครืองาม
ประธานกรรมการ

“บริษัทตระหนักว่าความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นพันธกิจที่สำคัญ คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญและตระหนักเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยได้กำกับฝ่ายจัดการให้วางแผนงานและยกระดับความเสี่ยงเรื่องนี้เป็นความเสี่ยงด้านกฎระเบียบของบริษัท”